เข้าใจความซับซ้อนที่น่าทึ่งของภาษามือ

เข้าใจความซับซ้อนที่น่าทึ่งของภาษามือ

คนส่วนใหญ่คุ้นเคยกับภาษามือซึ่งเป็นระบบที่คนหูหนวกใช้ในการสื่อสาร สิ่งที่น้อยคนนักจะทราบก็คือมีภาษามือที่แตกต่างกันมากมายทั่วโลก เช่นเดียวกับที่มีภาษาพูดที่แตกต่างกันมากมายแล้วไวยากรณ์ของภาษามือทำงานอย่างไร?ภาษามือแตกต่างจากภาษาพูดตรงที่ไวยากรณ์แสดงผ่านสัญลักษณ์เสียงสำหรับกาล ลักษณะ อารมณ์ และวากยสัมพันธ์ (วิธีที่เราจัดระเบียบคำแต่ละคำ) ภาษามือใช้การเคลื่อนไหวของมือ คำสั่งของสัญญาณ ตลอดจนตัวชี้นำทางร่างกายและใบหน้า

เพื่อสร้างไวยากรณ์ สิ่งนี้เรียกว่ากิจกรรมที่ไม่ใช่ด้วยตนเองเพื่อค้นหา

ว่าสัญลักษณ์เหล่านี้สามารถเข้าใจได้หรือไม่สำหรับผู้ลงนามและผู้ที่ไม่ได้ลงนามในประเทศใด ทีมนักภาษาศาสตร์และนักแปลที่หูหนวกและการได้ยิน ของฉัน ได้ทำการศึกษาสองครั้ง ผลลัพธ์ซึ่งจะเผยแพร่ในเดือนกรกฎาคม แสดงให้เห็นถึงความซับซ้อนที่น่าทึ่งของภาษามือ

สิ่งที่ผู้ลงนามและผู้ไม่ลงนามเห็นในการศึกษาครั้งแรกซึ่งมีทั้งผู้ลงนามและผู้ไม่ลงนามจากออสเตรีย เราขอให้ผู้เข้าร่วมดูวิดีโอชุดหนึ่งของผู้คนที่ใช้ภาษามือออสเตรีย เราสั่งให้พวกเขาพยายามแยกข้อความที่มีลายเซ็นออกเป็นหน่วยย่อยๆ – เทียบเท่ากับการตัดคำพูดที่ไม่ขาดตอนออกเป็นหน่วยฉันทลักษณ์

จากนั้น ผู้เข้าร่วมจะพิจารณาส่วนที่เป็นผลลัพธ์และแสดงให้เราเห็นถึงสัญญาณที่ทำให้พวกเขาหยุดวิดีโอที่พวกเขาทำ

เมื่อพูดถึงการหยุดชั่วคราวและการลงนามด้วยมือ ผู้ลงนามและผู้ไม่ลงนามต่างก็ตัดสินใจในลักษณะเดียวกัน ผู้เข้าร่วมทั้งหมดระบุตำแหน่งพัก เช่น การกอดอก เป็นการหยุดชั่วคราวและการถือที่สังเกตได้ ซึ่งผู้ลงนามจะรักษาตำแหน่งมือเดิมเป็นระยะเวลานานหรือทำซ้ำสัญญาณสุดท้ายของหน่วยที่แบ่งส่วน

แต่เมื่อพูดถึงการชี้นำจากส่วนอื่นๆ ของร่างกาย – กิจกรรมที่ไม่ได้ดำเนินการด้วยตนเอง – ผู้ลงนามและผู้ที่ไม่ได้ลงนามดำเนินการแตกต่างกันมาก

ผู้ใช้ภาษามือเกือบทั้งหมดระบุการเคลื่อนไหวของศีรษะและร่างกายเป็นสัญญาณ เช่นเดียวกับการเคลื่อนไหวของคิ้ว ทิศทางการจ้องมอง และการกะพริบตา ผู้ที่ไม่ได้ลงนาม

มีแนวโน้มที่จะระบุสัญญาณจากมือเพียงหนึ่งหรือสองใบเท่านั้น

เป็นอีกครั้งที่เราได้แสดงวิดีโอที่มีลายเซ็นให้กับผู้เข้าร่วม แต่คราวนี้เราสั่งให้พวกเขาระบุองค์ประกอบที่ไม่ใช่แบบแมนนวลที่พวกเขาคิดว่าเกี่ยวข้องกับภาษา นั่นคือองค์ประกอบที่ทำหน้าที่เป็นไวยากรณ์

ผู้เข้าร่วมต้องอธิบายรูปแบบ ความหมาย และหน้าที่ขององค์ประกอบที่ไม่ใช่แบบแมนนวลแต่ละรายการ

ข้อตกลงระหว่างคำอธิบายของผู้ลงนามแสดงให้เห็นว่าการเคลื่อนไหวร่างกาย ศีรษะ หรือใบหน้าบางอย่างมีหน้าที่ทางภาษา พวกเขาแสดงการยืนยัน การปฏิเสธ เงื่อนไข (วลีที่ใช้คำว่า if เป็นต้น) ความคิดสมมุติฐานและทางเลือกอื่น ตลอดจนเวลา สถานที่ และสาเหตุ

ในขณะที่การส่ายศีรษะสามารถใช้เพื่อลบล้างประโยคหรือความคิดได้ ตัวอย่างเช่น การสั่นศีรษะแบบอื่นๆ ที่ทำในลักษณะช้าๆ เล็กน้อยและไม่แน่นอน สามารถแสดงทัศนคติเชิงลบของผู้ลงนามต่อความคิดสมมุติฐานได้

การจ้องมองยังสามารถทำหน้าที่ได้หลายอย่าง จนถึงตอนนี้ ข้อมูลของเราแสดงให้เห็นว่าผู้ลงนามมักจะมองไปด้านบนเสมอเมื่อระบุข้อความสมมุติฐาน

ตำแหน่งของศีรษะของผู้ลงนามก็สื่อความหมายที่แตกต่างกัน การวางตัวไปข้างหน้าในขณะที่กำหนดความคิดที่เป็นสมมุติฐานสามารถใช้เพื่อแสดงคำถามสมมุติที่ตอบตัวเองได้ (เช่น ฉันควรไปดูหนังคืนนี้หรือไม่)

แต่การเคลื่อนไปข้างหน้ายังมาพร้อมกับประโยค “ถ้า” (ถ้าฉันไปดูหนังคืนนี้ ฉันอาจได้ดู Wonder Woman)

ในบริบทอื่น คำนี้สามารถใช้เป็นคำอุทานหรือบอกเป็นนัยถึงความเป็นไปได้

ในการเผยแพร่งานวิจัยของเราสู่สาธารณะ เราใช้วิธีการที่รับรองความถูกต้องของการตีความและการแปล

นักภาษาศาสตร์ของเราได้พูดคุยถึงผลลัพธ์กับผู้ลงนามที่เป็นคนหูหนวกในภาษามือของออสเตรียเป็นครั้งแรก จากนั้น ผู้ลงนามเจ้าของภาษาบรรยายผลลัพธ์จากมุมมองของผู้ลงนามที่เป็นเจ้าของภาษาที่หูหนวก จากนั้นผู้แปลจึงแปลคำอธิบายปรากฏการณ์เป็นภาษาเยอรมันและภาษาอังกฤษ

ในโครงการติดตามผล ( ซึ่งได้รับทุนสนับสนุนจากกองทุนวิทยาศาสตร์แห่งออสเตรีย ) เราจะตรวจสอบการทำงานร่วมกันของสัญญาณและอนุประโยคแบบไม่ใช้คนในภาษามือแบบต่างๆ ของออสเตรีย โดยเปรียบเทียบสิ่งที่เราค้นพบกับกิจกรรมแบบไม่ใช้คนของภาษามืออื่นๆ เพื่อพิจารณาว่า รูปแบบและหน้าที่ของภาษามือที่แตกต่างกันจะแตกต่างกันไปทั่วโลก

แนะนำ : โทรศัพท์มือถือ ราคาถูก | รีวิวนาฬิกา | เครื่องมือช่าง | ลายสัก รอยสัก | ประวัติดารา